คริกเกต : ไฉนมูลค่าสูงกว่า เรอัล มาดริด อันดับ 1ของโลก

01/08/2019 มุมเมือง

คริกเกต : ไฉนมูลค่าสูงกว่า เรอัล มาดริด อันดับ 1ของโลก

สำหรับกีฬา คริกเกต กีฬาที่ดูเหมือนจะเป็นที่นิยมเฉพาะในกรุ๊ปชาติที่เคยกลายเป็นประเทศราชของอังกฤษ กลับมีเรื่องมีราวหนึ่งที่น่าแปลกใจ เมื่อ IPL หรือ อินเดียน พรีเมียร์ลีก

คริกเกต

อะไรเป็นเหตุผลที่ทำให้ลีก คริกเกต ของประเทศอินเดีย ที่มีช่วงเวลาชิงชัยเพียงแค่ 3 เดือนตลอดฤดู ซึ่งนับว่าสั้นกว่าหลายลีกกีฬาดัง ก็เลยมีมูลค่าเป็นอย่างมากถึงเพียงนี้กัน?

เมื่อเอ่ยถึงหัวข้อนี้ มวลชนของประเทศต่างๆคงจะเป็นสิ่งที่จำเป็นต้องประยุกต์ใช้ จุดเด่นของเว็บ LSM99 พินิจเป็นสิ่งแรก ซึ่งเรื่องดังที่ได้กล่าวมาแล้วนับว่าหายห่วง เพราะเหตุว่า ประเทศอินเดีย เป็นประเทศที่มีปริมาณสามัญชนมากมายเป็นชั้น 2 ของโลก โดยสถิติในปี 2018 กล่าวว่า ดินแดนที่ประเทศอินเดียมีมวลชนสูงถึงราว 1.35 พันล้านคน มีเพียงแค่ประเทศเดียวเพียงแค่นั้นที่มีราษฎรมากยิ่งกว่าพวกเขาโน่นเป็น ประเทศจีน

แม้ว่าจะเหนือกว่าที่ปริมาณประชาชน แต่ว่าถ้าหากราษฎรไม่มีดวงใจให้ก็แค่นั้น เรื่องดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นไม่ใช่ปัญหาอันใดสำหรับประเทศอินเดีย เนื่องจากว่า BARC India หรือ ที่ประชุมศึกษาค้นคว้าผู้ติดตามรายการของประเทศอินเดียได้เผยผลที่เกิดขึ้นจากการสำรวจที่น่าดึงดูด ด้วยเหตุว่าคนประเทศอินเดียนั้นถือว่าบ้ากีฬาเป็นอันดับแรกๆของโลก มีผู้ชมกีฬาในปี 2018 สูงถึง 766 ล้านคน คิดเป็นตัวเลขกล้วยๆก็กว่าครึ่งประเทศ รวมทั้งถ้าลงลึกไปในตัวกีฬาก็จะพบว่า มีผู้ชมคริกเก็ตในอินเดียมากถึง 93% ของกรุ๊ปผู้ชมกีฬาทั้งหมดทั้งปวง

มูลเหตุที่ทำให้กีฬาคริกเกตเป็นที่ชื่นชอบในอินเดียนั้นก็เพราะว่า พวกเขาได้รับการถ่ายทอดศาสตร์ที่กีฬานี้จากเจ้าอาณานิคมอย่าง อังกฤษ ตั้งแต่ตอนคริสต์ศตวรรษที่18 ในฐานะเครื่องไม้เครื่องมือเชื่อมสโมสรระหว่างเจ้าอาณานิคมกับอาณานิคม รวมทั้งการขัดเกลาทางสังคม

แต่เวลาผ่านไปสิ่งดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้นได้กระตุ้นให้แขกเกิดไอเดียชาตินิยมสู่การขอความช่วยเหลือตนเป็นประเทศเอกราชในปี1947 ซึ่งหัวข้อนี้ได้สะท้อนผ่านข้อเขียนของ อรชุนอัปปาดูรัย ในหนังสือ Modernity at Large Cultural Dimensions of Globalization ที่ว่า

“ดูราวกับว่าคริกเกตน่าจะเป็นแบบด้านวัฒนธรรมที่ต้านการมีส่วนร่วมของคนพื้นเมือง แม้กระนั้นในความจริงนั้นชนท้องที่กลับมีส่วนร่วมกับกีฬานี้อย่างเต็มเปี่ยม จนกระทั่งทำลายความเป็นมรดกของระบอบอาณานิคมไป”

“ในตอนที่ประเทศอินเดียทอดทิ้งสิ่งต่างๆจากสมัยอาณานิคมไป กีฬาคริกเกตกลับสามารถปรับพฤติกรรมกระทั่งเปลี่ยนเป็นวัฒนธรรมเขตแดนได้สุดท้าย”

จากความนิยมชมชอบของกีฬา คริกเกต ในประเทศอินเดียที่แม้ดูแบบหยาบๆอาจเรียกได้ว่า “มองกันครึ่งประเทศ” รวมทั้ง “เอ๋ยถึงกันทั่วประเทศ” นี้เอง ทำให้ทุกภาคส่วน ไม่ว่าจะภาครัฐ, เอกชน, รวมทั้งประชาชนสังคมเห็นเหมือนกันว่า นี่เป็นสิ่งที่จะช่วยเพิ่มฐานความชื่นชอบให้กับตัวเองได้อย่างแน่นอน

ด้วยเหตุผลดังกล่าว เมื่อ BCCI หรือคณะกรรมการควบคุมกีฬาคริกเกตของประเทศอินเดียตกลงใจสร้างลีกการแข่งขันชิงชัยกีฬาคริกเกตอาชีพขึ้นมาในปี2008 ก็ทำให้เหล่าคนมีชื่อเสียงจากทุกแวดวงของประเทศ ไม่ว่าจะเป็น มูเกชอัมบานี นักธุรกิจที่ ฟอร์บส์ชูให้เป็นมหาเศรษฐีชั้น 1ของอินเดีย หรือแม้กระทั้ง ชาห์รุคข่าน ศิลปินที่ถูกตั้งชื่อให้เป็น“ราชาที่บอลลีวูด”ต่างพร้อมที่จะเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของการประลองด้วยการเป็นเจ้าของกลุ่มในทันที

คริกเกต

เรื่องดังที่ได้กล่าวผ่านมาแล้ว อัซมาต ราซูล รวมทั้ง เจนนิเฟอร์ พรอฟฟิต ได้ทำการศึกษาเรียนรู้ในบทความชื่อ Bollywood and the Indian Premier League (IPL) : the political economy of Bollywood’s new blockbuster เมื่อปี 2011 และก็พบว่า การมีส่วนร่วมในกีฬาคริกเกต เป็นแนวทางที่นอกเหนือจากการที่จะทำให้พวกเขารักษาความชื่นชอบในหมู่ชนคนประเทศอินเดียได้แล้ว

ยังนับว่าเป็นแต้มต่อสำคัญที่ทำให้ก้าวเข้าสู่ถัดไปของพวกเขาไม่ว่าจะเป็นทางธุรกิจหรือการบ้านการเมืองดำเนินไปอย่างสบายเพิ่มขึ้น ซึ่งถ้าจะเปรียบเทียบกับบริบทอื่นๆในโลกกีฬา ก็คงจะคล้ายกับการที่มหาเศรษฐีคนจีนเข้ามาลงทุนกับกลุ่มบอลใน ไชนีสซูเปอร์ลีก หรือ CSL เพื่อที่พวกเขาจะได้อยู่ในสายตาของ สีจิ้นผิง ผู้นำตลอดพรรคลัทธิคอมมิวนิสต์จีน แล้วก็ช่วยทำให้การร่วมงานกับรัฐบาลจีนในฐานะคู่สัญญาเป็นไปอย่างสบาย

แล้วก็สิ่งที่พวกเขาทำเพื่อสร้างให้ IPL เป็นลีกกีฬาของคนรุ่นหลังนั้น แม้นิยามแบบสั้นๆก็คือ“อเมริกันเกมส์โมเดล”โน่นเป็นการนำระบบแฟรนไชส์มาใช้โดยกลุ่มที่ต้องการจะลงแข่งขันในลีกนี้จำเป็นที่จะต้องจ่ายค่าแฟรนไชส์แรกเข้ามาเป็นจำนวนเงิน 300ล้านรูปี หรือราว 135ล้านบาทให้กับทาง BCCI โดยแบ่งจ่ายเป็น 10งวด 10ปี งวดละ 30ล้านรูปี หรือราว 13.5ล้านบาทและก็จากนั้นจำเป็นต้องนำส่วนแบ่งรายได้20% ส่ง BCCI ตั้งแต่ปีที่ 11สำหรับการทำทีมไปเรื่อยจวบจนกระทั่งจะเลิกทำทีม ซึ่งแน่ๆ คนมั่งคั่ง เซเลบริตี้ในสังคมประเทศอินเดีย พร้อมจ่าย

และก็ถึงแม้การนำระบบอเมริกันเกมส์ใช้ จะรวมทั้งการนำระบบเพดานค่าตอบแทนมาใช้ด้วย โดยแต่ละกลุ่มจะสามารถใช้งบประมาณสำหรับค่าตอบแทนผู้เล่นระหว่าง 18-25 คน ได้เพียงแค่ไม่เกิน 800 ล้านรูปี หรือราว 360 ล้านบาท แต่ว่าต้นแบบการประลองนั้น พวกเขากลับเลือกที่จะนำระบบการแข่งขันแบบลีกมาใช้

รวมทั้งที่น่าดึงดูดเป็น พวกเขาเลือกที่จะรับกลุ่มลงแข่งขันเพียงแค่ 8 กลุ่มแค่นั้น ต้นสายปลายเหตุหนึ่งก็คือเพื่อจะทำให้การประลองนั้นเข้มข้น มีคุณภาพเยอะที่สุด รวมทั้งอีกต้นสายปลายเหตุหนึ่งเป็น ฝ่ายจัดการชิงชัยสามารถที่จะจัดโปรแกรมในเวลาบ่ายแก่ๆถึงดึกดื่น ซึ่งเป็นตอนเวลาทองคำ หรือ พงไพรม์ไทม์ ที่มวลชนของประเทศอินเดียทั่วทั้งประเทศสามารถดูการแข่งขันอีกทั้งในสนามและก็บนทีวีได้

เพราะฉะนั้น ทำให้การแข่งขันชิงชัย IPL ตลอดทั้งฤดูก็เลยใช้เวลาเพียงแค่ราว 3 เดือนแค่นั้น ซึ่งพวกเขาก็เลือกจัดสล็อตโปรแกรมให้ชิงชัยในตอนระหว่างมีนาคมถึงเดือนพฤษภาคม อันเป็นตอนหน้าร้อนของประเทศอินเดีย ที่เหมาะสมกับการเล่นกีฬาที่โล่งแจ้งอย่างคริกเกตนั่นเอง

ไม่เพียงเท่านั้น ต้นแบบการประลองที่พวกเขาเลือกใช้ใน IPL ก็นับว่าเป็นอีกสิ่งจำเป็น พวกเขาตกลงใจเลือกระบบการประลองแบบ Twenty20 (T20) ซึ่งเป็นแบบการประลองที่ใช้เวลาสั้นที่สุด เพียงไม่เกิน 3ชั่วโมงก็สามารถทราบผลผู้แพ้ชนะ แตกต่างจากแบบ One Day International เป็นต้นว่าการแข่งขันชิงชัยกลุ่มชาติ ซึ่งใช้เวลาราว 6-7ชั่วโมงต่อเกม หรือ Test ที่จำเป็นต้องใช้เวลาถึง 4-5วันกว่าจะทราบผล รูปเกมที่กระชับ ทำให้การประลองสนุกสนานเพิ่มขึ้น รวมทั้งดีต่อการถ่ายทอดสดด้วยเหมือนกัน

เริ่มด้วยปริมาณผู้ชมในสนาม สถิติจากปี2014 กล่าวว่า ตลอดช่วง 3เดือนของการประลอง IPL มียอดผู้ชมเฉลี่ยอยู่ที่ 31,750คนต่อเกม นับว่าเป็นลีกกีฬาอาชีพที่มีปริมาณผู้ชมเฉลี่ยเยอะที่สุดเป็นชั้น 6ของโลก มากยิ่งกว่าลีกกีฬาดังๆอย่าง เมเจอร์ลีก เบสบอล หรือ MLB กับ ลาลีกา ลีกสูงสุดบอลประเทศสเปนเสียอีก

ท่านสามารถสมัครสมาชิกกับทางเราได้ตลอด 24 ชั่วโมง ได้จากทั้งทางเว็บไซต์อย่าง LSM99ENJOY.com ไม่ว่าจะ แทงมวยออนไลน์ แทงบอลออนไลน์ คาสิโนออนไลน์ รวมไปถึงหวยออนไลน์เราก็มีให้ท่านพร้อมเรียกว่าครบครันครบวงจรรูปแบบการพนันในที่เดียว สมัครLSM99 ได้เลย

Spread the love
Tags : , , , , , , , ,
Leave Comment
Scroll Up