บรูไน รวยอันดับต้นๆของโลก แต่ทำไมไร้ตัวตนในโลกกีฬา?

15/05/2019 มุมเมือง

บรูไน รวยอันดับต้นๆของโลก แต่ทำไมไร้ตัวตนในโลกกีฬา?

บรูไน

เมื่อพูดถึงบรรดามหาเศรษฐีบนโลกกีฬา หลายคนคงนึกถึงข่าวการเทคโอเวอร์สโมสรมากมายจากบรรดาผู้มั่งคั่งทั้งหลายจากตะวันออกกลาง เช่น กาตาร์ หรือ ยูเออี พวกเขาเหล่านี้นำเม็ดเงินมหาศาลจากธุรกิจน้ำมัน ลงมาพัฒนาวงการกีฬาทั้งในและนอกประเทศ จนสร้างชื่อเสียงและผลงาน สมัครแทงบอลเดี่ยว lsm99 ให้ประจักษ์ไปทั่วโลก

อย่างไรก็ตาม ในบรรดาชื่อของชีคและเศรษฐีทั้งหลาย เราไม่เคยเห็นรายใดมาจากประเทศเพื่อนบ้านอย่าง “บรูไน” เลย ทั้งที่พวกเขาเต็มไปด้วยศักยภาพทางการเงินและความมั่งคั่ง จนสามารถเนรมิตรความสำเร็จในโลกกีฬาให้เกิดขึ้นได้ในพริบตา แบบมหาอำนาจน้ำมันชาติอื่น

เหตุใดเศรษฐีหมายเลขหนึ่งแห่งภูมิภาคอาเซียน จึงไม่สามารถสร้างชื่อในวงการกีฬา จนไร้ตัวตนแม้กระทั่งการแข่งขันระดับภูมิภาค ทั้งที่เม็ดเงินมหาศาลรอใช้จ่ายแบบไม่อั้น เพื่อพัฒนาศักยภาพนี้ของพวกเขาให้ทัดเทียมกับนานาประเทศ Main Stand จะพาคุณไปดูสิ่งที่อยู่เบื้องหลังนโยบาย และคำตอบจากความล้มเหลวด้านกีฬาของประเทศบรูไน

บรูไน หรือ บรูไนดาลุสซาลาม คือหนึ่งในสิบเอ็ดประเทศที่ตั้งอยู่ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ โดยบรูไนถือเป็นรัฐอิสระอายุน้อย หลังได้รับเอกราชจากการเป็นอาณานิคมของประเทศอังกฤษ เมื่อปี 1984 หรือ 35 ปีที่แล้ว และยังปกครองด้วยระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์

บรูไน

ถึงจะเป็นประเทศขนาดเล็ก และจำนวนประชากรไม่มาก บรูไนสามารถสร้างความแข็งแกร่งให้กับประเทศได้อย่างรวดเร็ว ภายใต้การนำของ สมเด็จพระราชาธิบดีฮัจญี ฮัสซานัล โบลเกียห์ มูอิซซัดดิน วัดเดาละห์ สุลต่านผู้ดำรงตำแหน่งเป็นทั้งประมุข, นายกรัฐมนตรี, รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, รัฐมนตรีกระทรวงการคลัง, รัฐมนตรีกระทรวงการต่างประเทศและการค้า และ ผู้บัญชาการทหารสูงสุดของกองทัพบรูไน

แม้สุลต่านฮัสซานัลจะมีอำนาจรวมถึงทรัพย์สินในมือล้นฟ้า พระองค์ได้เล็งเห็นว่าการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีให้แก่ประชาชน จะช่วยสร้างความมั่นคงของระบอบการปกครองมีความเสถียรภาพ แผนสวัสดิการต่างๆถูกนำออกมาใช้ เพื่อรับประกันความเป็นอยู่ของพลเมืองในประเทศ โดยค่าใช้จ่ายจากนโยบายพัฒนาประเทศ มีแหล่งเงินทุนมาจากทรัพย์สินส่วนตัวของราชวงศ์

ไม่เพียงเท่านั้น รัฐบาลบรูไนยังกลายมาเป็นสถาบันที่มีการจ้างงานมากที่สุดของประเทศ ประชากรร้อยละ 25 ทำงานอยู่ในธุรกิจก๊าซธรรมชาติและน้ำมันของราชวงศ์ ซึ่งเป็นรายได้หลักเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์จากทั้งหมด และเพื่อหลีกเลี่ยงจากปัญหาเงินเฟ้อ บรูไนจึงไม่มีการเรียกเก็บภาษีบุคคลธรรมดา ช่วยให้ประชากรมีรายได้ต่อหัวอยู่ที่ 51,760 เหรียญสหรัฐ ขณะที่รัฐบาลมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศสูงถึง 1,563 ล้านเหรียญสหรัฐ

อย่างไรก็ตาม จากการที่บรูไนยังคงใช้การปกครองแบบรัฐดั้งเดิม และไม่ปฏิรูปสภาพทางการเมืองของประเทศ ทำให้อำนาจศูนย์กลางในการกำหนดทิศทางพัฒนาบ้านเมือง ยังคงไว้ที่องค์สุลต่าน เราจึงเห็นได้จากข่าวที่ออกมาถึงกฎหมายที่ยังคงเคร่งครัดในขนบธรรมเนียมดั้งเดิม และข้อบังคับทางศาสนาที่จะเปลี่ยนแปลงไม่ได้ ตามความตั้งใจของสุลต่านฮัสซานัล ที่สนับสนุนอุดมการณ์ราชาธิปไตยอิสลามมลายู ซึ่งสถาบันกษัตริย์รับบทเป็นผู้พิทักษ์ศาสนาอิสลาม

ด้วยเหตุนี้ นโยบายใดก็ตามที่องค์สุลต่านทรงเล็งเห็นว่าไม่มีความสำคัญต่อการพัฒนาประเทศ จะไม่มีการหว่านเม็ดเงินมหาศาลลงไปให้ศูนย์เปล่า ดังเช่นนโยบายสื่อบันเทิงและกีฬา ทั้งสองด้านอยู่ภายใต้การบริหารงานของกระทรวงวัฒนธรรม เยาวชน และ กีฬา ซึ่งทุ่มงบประมาณทั้งหมดไปกับการพัฒนาให้ประชากรพูดภาษาท้องถิ่นมากขึ้น

ปัญหาที่เกิดขึ้นเมื่อรัฐบาลบรูไนละเลยสนับสนุนวงการกีฬา คือการจัดการอย่างไร้ระเบียบที่เกิดขึ้นในองค์กรต่างๆ จนเปิดให้มีการคอร์รัปชั่นตามมา เดือนธันวาคม ปี 2008 เกิดข่าวใหญ่โด่งดังไปทั่วโลก เมื่อสำนักงานตำรวจหลวงบรูไน มีคำสั่งให้ยุบสมาคมฟุตบอลแห่งชาติ หลังพบเจอปัญหาการคอร์รัปชั่นของผู้บริหาร จากการไม่แจ้งงบประมาณประจำปีให้รัฐบาลได้ทราบพร้อมแก้ปัญหาแบบลวกๆ ด้วยการตั้งสมาคมฟุตบอลใหม่ ซึ่งให้แฟนฟุตบอลบริหารกันเองแบบตามมีตามเกิด

5

อย่างไรก็ตาม เรื่องวุ่นวายที่เกิดขึ้นไม่จบลงแค่นั้น เมื่อสมาคมฟุตบอลบรูไนที่ถูกยุบไปโดยรัฐบาล เป็นหนึ่งในสมาชิกที่ได้รับรองอย่างเป็นทางการจากฟีฟ่า และการจัดการกับองค์กรเหล่านี้ด้วยกฎหมายภายในประเทศ ถือเป็นเรื่องผิดกฎข้อบังคับเกี่ยวกับการเมือง เมื่อมีการแทรกแซงจากรัฐบาลโดยไม่ผ่านการตรวจสอบจากฟีฟ่า บรูไนจึงถูกแบนจากวงการฟุตบอล ทั้งในระดับทีมชาติและสโมสรทันที

หลังปัญหาถูกทิ้งค้างเอาไว้กว่าสองปี เดือนพฤษภาคม ปี 2011 โทษแบนจากฟีฟ่าของบรูไนถูกยกเลิก หลังยอมคืนสถานะให้สมาคมฟุตบอลอีกครั้ง แต่ได้มีการปรับเปลี่ยนเรื่องการบริหาร จากเดิมที่ประชาชนจัดการ ให้เปลี่ยนมาขึ้นตรงกับรัฐบาลแทน โดยประธานสมาคมเป็นคนในราชวงศ์อย่าง เจ้าชายซูฟรี โบลเกียห์ เพื่อเป็นการรับรองกับทั้งฟีฟ่าและคนในชาติว่า กีฬาที่ได้รับความนิยมอันดับหนึ่งของประเทศบรูไน จะไม่ถูกทิ้งขว้างอีกต่อไป

ลีกฟุตบอลอาชีพของบรูไน หรือ บรูไน ซุปเปอร์ลีก จึงถูกตั้งขึ้นในปี 2012 เป็นครั้งแรกที่พวกเขามีลีกอาชีพของตัวเอง และได้การรับรองจากฟีฟ่า โดยก่อนหน้านั้น พวกเขาต้องฝากสโมสรของตัวเองไปเล่นยังประเทศเพื่อนบ้าน เช่น ทีมดีพีเอ็มเอ็ม เอฟซี ซึ่งลงเล่นอยู่ในศึกมาเลเซีย ซุปเปอร์ลีก ก่อนย้ายไปเล่นยัง เอสลีก สิงค์โปร์ เมื่อสมาคมฟุตบอลส่งเอกสารลงแข่งขันในลีกเสือเหลืองไม่ทันในปี 2008 (ซึ่งภายหลังฟีฟ่ามองว่าเรื่องนี้เป็นเหตุผลแท้จริงในการยุบสมาคมฟุตบอลจากรัฐบาล ที่ไม่พอใจหลังเห็นทีมฟุตบอลเดียวของประเทศต้องเกิดปัญหา จากความผิดพลาดในการบริหารขององค์กรนอกรัฐบาล)

แม้ส่วนกลางจะลงมาจัดการบริหารเอง เพื่อลดปัญหาต่างๆที่เคยเกิดขึ้นในวงการกีฬา แต่งบประมาณที่อัดฉีด สมัครLSM99 ลงไปยังน้อยไม่ต่างจากเดิม ทีมชนะการแข่งขันบรูไน ซุปเปอร์ลีก จะได้รับเงินรางวัลราวสามแสนบาท เพิ่มมากขึ้นจากตอนเป็นลีกกึ่งอาชีพแค่เท่าตัว และน้อยกว่าเงินรางวัลของศึกไทยลีกซึ่งแชมป์จะได้รับเงินรางวัล 10 ล้านบาท แบบไม่เห็นฝุ่น

เมื่อผลตอบแทนทางธุรกิจไม่เย้ายวน การลงทุนจากภายนอกก็เงียบเหงา สโมสรส่วนใหญ่ของบรูไน จึงถูกบริหารจากหน่วยงานรัฐ ยกตัวอย่างเช่น สโมสรฟุตบอลกองทัพ หรือ เอ็มเอส เอบีดีบี แชมป์ลีกสี่ฤดูกาลซ้อนของบรูไน ซุปเปอร์ลีก พวกเขาไม่มีนักเตะต่างชาติในทีมแม้แต่คนเดียว แถมรังเหย้าของพวกเขาอย่าง สนามบันดาร์ เสรี เบกาวัน ยังมีความจุเพียง 2,500 คน

ผลกระทบจากความอ่อนแอภายในลีก ทำให้การแข่งขันระดับนานาชาติด้อยลงตามไปด้วย สโมสรจากบรูไนยังคงไม่ได้รับโควตาอัตโนมัติให้ลงแข่งขันศึกเอเอฟซี คัพ ส่วนผลงานของทีมชาติแย่ยิ่งกว่า บรูไนเคยเข้าแข่งขันรายการระดับเมเจอร์แค่ครั้งเดียว คือศึกอาเซียนคัพ ปี 1996 พวกเขาเอาชนะฟิลิปปินส์ 1-0 มันเป็นการคว้าชัยครั้งแรกในทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลใหญ่ของทีมชาติบรูไน และเป็นครั้งสุดท้ายของพวกเขาจนถึงทุกวันนี้

Spread the love
Tags : , , , ,
Leave Comment
Scroll Up