เจสัน สเตแธม : จุดหักเห สู่สตาร์ดังฮอลลีวูด

03/08/2019 มุมเมือง

เจสัน สเตแธม : จุดหักเห สู่สตาร์ดังฮอลลีวูด

สำหรับ เจสัน สเตแธม ศิลปินนักบู๊ หนึ่งในสองผู้แสดงนำจากภาพยนตร์ Fast & Furious Presents: Hobbs & Shaw ร่วมกับ เดอะ ร็อก ทางสู่ดวงดาวในฮอลลีวูด กลับมีจุดกำเนิดจากความหมดหวังที่เขามิได้ได้โอกาสร่วมมหกรรมกีฬาที่มวลมนุษยชาติ โอลิมปิก เกมส์

เจสัน สเตแธม

ถ้าหากมองจากหน้าที่การงานของป๋ารวมทั้งแม่ ท่านอาจจะบางทีอาจมีความรู้สึกว่า เจสัน สเตแธม น่าจะเติบโตสู่การเป็นคนภายในแวดวงเพลิดเพลินได้อย่างไม่ยากเย็นนัก เมื่อม่าม้าของเขาทำมาหากินด้วยการเป็นนักเต้น ในขณะที่ป๊ะป๋า แม้ว่าจะมีอีกทั้งงานประจำงานเสริมล้นหลามเยอะไปหมดตามแบบฉบับพ่อบ้านที่ต้องหาเงินอุปถัมภ์ค้ำชูครอบครัว อีกทั้งการเป็นพ่อค้าขายของหนีภาษีข้างทาง, ช่างทาสีบ้าน, คนงานเหมือง แต่ว่าหนึ่งในรายได้เสริมนั้น เป็น การเป็นนักร้องในสถานเริงรมย์

แม้กระนั้น สเตแธมกลับเลือกที่จะสร้างทางชีวิตของตน ไม่เลือกเดินตามรอยบิดาหรือแม่ เนื่องด้วยตัวเขาเองก็มีสิ่งที่ถูกใจอยู่ในใจแล้ว โน่นเป็น “กีฬา”

ยุควัยเด็ก สเตแธมนับว่าเป็นอีกผู้ที่พึงพอใจในกีฬาหลากจำพวก ทั้งยังวิชาป้องกันตัวอย่าง มวยสากล, กังฟู, คิกบ็อกซิ่ง, คาราเต้ รวมทั้งกีฬาอื่นๆอย่าง ยิมนาสติก, กีฬากระโดดสูง, บอล, เทนนิส, สควอช และก็แทรมโปลิน แต่เมื่อเข้าศึกษาต่อในระดับมัธยม ในสถานที่เรียนสายวิชาการหรือ Grammar School สเตแธมก็ได้พบกับหนึ่งคน ที่ทำให้ทางสายกีฬาของเขาแน่ชัดเพิ่มขึ้น

เขาคนซึ่งก็คือ วินนี่ โจนส์ คนที่ถัดมาได้เติบโตเป็นนักฟุตบอลจำพวกดุผู้ครอบครองสมญานาม 'ไอ้โรคทางจิต' กับ วิมเบิลดัน ที่โน้มน้าวให้เขาเปลี่ยนเส้นทางมายังสายบอลอย่างสุดกำลังด้วยวัย 11 ปี

แต่ทว่าท่ามกลางช่วงเวลาที่ดีที่สเตแธมและก็โจนส์เล่นบอลให้กับกลุ่มสถานที่เรียนร่วมกัน ก็ได้กำเนิดการเปลี่ยนแปลงทางความนึกคิดการเล่นกีฬาของข้างแรกอย่างเงียบๆ

"เวลานี้มีความคิดว่าจะท่องเที่ยวที่ฟลอริดา สหรัฐฯมั้ง ตรงนั้นผมได้มองเห็นพ่อหนุ่มคนหนึ่งมันกระโจนน้ำจากแพลตฟอร์มสูงลิบลิ่วที่สระในโฮเต็ลตอนกลางวันทุกๆวัน แถมยังมีใส่ท่าลังกาข้างหลังเกลียวอะไรแนวๆนี้ด้วย ผมนี่แบบ 'แม่มเอ๊ย! เราต้องการทำแบบงี้ได้ว่ะ'" เจ้าตัวเปิดใจกับ The Guardian ถึงจุดกำเนิดของความเคลื่อนไหว

นับจากนั้นมา กีฬากระโจนน้ำ ก็เริ่มเข้ามาครอบครองหัวใจของสเตแธมมากยิ่งขึ้นก่อนที่จะทำการตัดสินใจเลิกที่จะเป็นนักเตะ เพื่อหันมาเอาดีกับกีฬากระโจนน้ำอย่างเต็มกำลัง

โดยทั่วไปแล้ว นักกระโดดน้ำจำนวนมากจะเริ่มฝึกหัดกีฬาจำพวกนี้ตั้งแต่อายุยังน้อย อย่าง ทอม ดาลีย์ ยอดนักกีฬากระโดดน้ำของอังกฤษในปัจจุบัน ก็เริ่มฝึกหัดกีฬานี้ตั้งแต่อายุเพียงแค่ 8 ขวบ แต่ว่าสำหรับสเตแธม เขาเริ่มมาขมักเขม้นตอนอายุที่ดูเหมือนช้าเอามากๆด้วยวัย 15 ปี

แม้ว่าจะเริ่มช้า แม้กระนั้นสเตแธมนั้นเชื่อสำหรับเพื่อการอุทิศตัวอย่างมาก เขาใช้เวลาข้างหลังเลิกเรียนสำหรับในการไปฝึกซ้อมกระโจนน้ำที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติ คริสตัล พาเลซ แทบทุกๆวัน ซึ่งความเจริญของเขาก็ไปถูกตาของ คิม ไวท์ ที่รอสอนเขาอย่างเงียบๆ

รวมทั้งเมื่อได้รับเกียรติยศให้ขึ้นครองตำแหน่งผู้จัดการโปรแกรมกระโจนน้ำของสหราชอาณาจักร ไวท์ก็เลยตกลงใจเรียกตัวสเตแธมไปสู่สถานศึกษาสอนกระโจนน้ำของกลุ่มชาติในปี 1985 ตอนนั้นเขาอายุได้ 18 ปี

การได้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของโปรแกรมกลุ่มชาติ ทำให้ความสามารถสำหรับการกระโจนน้ำของสเตแธมปรับปรุงขึ้นอย่างก้าวกระโจน ด้วยจุดขายในความเที่ยงตรง, ความเก่งกล้าที่จะเสี่ยง แม้กระนั้นเวลาเดียวกันก็มีความสงบ ทำให้เขาขยับไปสู่การเป็นนักกีฬากระโดดน้ำตัวท็อปของประเทศในเวลาอันรวดเร็วทันใจ

แล้วก็ผลสรุปของความพากเพียรก็มาเจอผลในอีก 5 ปีถัดมา เมื่อสเตแธมได้รับเลือกให้เป็นผู้แทนนักกีฬากระโดดน้ำกลุ่มชาติอังกฤษ สู้ศึก คอมมอนเวลธ์ เกมส์ หรือกีฬาสมาพันธรัฐอังกฤษ ที่เมืองออคแลนด์ ประเทศนิวซีแลนด์ ในปี 1990

การได้เป็นผู้แทนกลุ่มชาติด้วยวัย 23 ปี บางทีอาจฟังมองอายุมากเกินไปสำหรับนักกระโดดน้ำที่เริ่มฝึกซ้อมกันตั้งแต่อายุหลักเดียว แต่ว่าในสนามสำหรับเพื่อการแข่งขัน อายุของสเตแธมก็ไม่ได้ต่างอะไรกับนักกีฬาร่วมสนามเดียวกันในกีฬาสหพันธรัฐอังกฤษอย่าง บ็อบ มอร์แกน จากเวลส์ ที่เกิดในปี 1967 ด้วยเหมือนกัน

เจสัน สเตแธม

แต่ผลงานในศึกใหญ่ที่นิวซีแลนด์ครั้งนั้นดูเหมือนไม่เป็นใจสำหรับสเตแธมนัก เมื่อเขาเข้าป้ายเพียงแต่ชั้น 8 ในรายการสปริงกระดาน 1 เมตร, ชั้น 11 รายการสปริงกระดาน 3 เมตร แล้วก็ชั้น 10 รายการแพลตฟอร์ม 10 เมตร ไม่เฉียดฉิวใกล้เหรียญรางวัลเลยแม้กระทั้งรายการเดียว

แต่ว่านอกเหนือจากผลงานในกีฬาสมาพันธรัฐอังกฤษ รวมทั้งชั้น 12 ในศึกชิงชนะเลิศโลกเมื่อปี 1992 ที่เมืองบาร์เซโลน่าของประเทศสเปนแล้ว สเตแธมก็แทบไม่เป็นผลงานในเวทีใหญ่รายการอื่นๆอีก โดยเฉพาะ โอลิมปิก มหกรรมกีฬาที่มวลมนุษยชาติ ซึ่งจบลงด้วยการที่เขา มิได้เป็นส่วนหนึ่งส่วนใดของกลุ่มสหราชอาณาจักร ตั้งแต่ปี 1988 ที่กรุงโซล ประเทศเกาหลีใต้, 1992 ที่บาร์เซโลน่า แล้วก็ 1996 ที่แอตแลนต้า สหรัฐฯ

"เรื่องที่ผมมิได้ไปแข่งขันโอลิมปิก มันก็ยังมีผลให้ผมปวดอยู่แบบเดียวกันนะ" สเตแธมเปิดเผยกับสื่อในปี 2016 "ผมได้ยินมาว่าตอนนี้นักกีฬากระโดดน้ำทำเงินได้มากกว่า 7 ล้านดอลลาร์สหรัฐอเมริกา ต่อปี ก็นับว่าควรกับความสามารถแล้วขอรับ พวกเขาในยุคนี้เก่งจริงๆ"

"ส่วนผมน่ะหรอ? ผมเริ่มกับกีฬานี้ช้าเกินความจำเป็น แล้วก็ดูแล้วมันบางทีก็อาจจะไม่ใช่กีฬาของผม หากขณะนั้นผมตั้งใจจริงกับกีฬาอื่น เรื่องราวอาจผิดแผกแตกต่างออกไป"

ด้วยเหตุว่าในช่วงเวลาที่ไปฝึกฝนกระโจนน้ำที่ศูนย์กีฬาแห่งชาติ คริสตัล พาเลซ โดยตลอด รูปพรรณสัณฐานของเขาก็ไปถูกตาถูกใจของ สปอร์ตส์ โปรโมชั่น เอเจนซี่นายแบบ-ดารานางแบบสายกีฬาเข้าอย่างจัง

โน่นเป็นประตูที่ทำให้สเตแธมได้ก้าวเข้าสู่แวดวงนายแบบ เริ่มจากการเป็นนายแบบเสื้อผ้าบนแคตาล็อกผลิตภัณฑ์ ก่อนที่จะแบรนด์ดังๆอย่าง ทอมมี่ ฮิลฟิเกอร์, ลีวายส์ และก็ เฟรนช์ คอนเน็คชั่น จะเลือกเขาให้มาใส่ชุด โดยผู้ประกาศของ เฟรนช์ คอนเน็คชั่น เคยเปิดเผยถึงเบื้องหน้าเบื้องหลังการตัดสินใจว่า "พวกเราเลือกเจสันเพราะว่าพวกเราอยากนายแบบที่ดูเหมือนกับว่าคนเดินดิน แล้วก็ลุคของเขาตอบปัญหาพวกเราอย่างจัง ร่างกายเขาเต็มไปด้วยกล้ามก็จริง แม้กระนั้นก็มองไม่เป็นนายแบบกระทั่งเกินความจำเป็น"

ภายหลังจากความไม่สมหวังจำเจกับการคว้าตั๋วโอลิมปิก ที่สุดแล้วเขาก็ตกลงใจจบชีวิตการเป็นนักกระโดดน้ำในปี 1997 ข้างหลังผ่านประสบการณ์ 12 ปีในแคมป์กลุ่มชาติ โดยเจ้าตัวเปิดเผยถึงเหตุผลที่เลิกว่า "เวลานี้ก็แบบ 'ช่างแม่ง จะให้ฉันเสียเวล่ำเวลาฝึกซ้อมไปเปล่าๆปลี้ๆอีก 4 ปีถ้าอย่างนั้นรึ? ไม่ละว่ะ"

ประตูการเป็นนักกีฬาปิดตายลง และก็แม้ว่าจะมีงานนายแบบ รวมทั้งการถ่ายมิวสิควิดีโอเป็นช่วงๆอย่างสม่ำเสมอ รายได้ของสเตแธมก็ยังน้อยเกินไปต่อค่าครองชีพ ที่สุดแล้ว เขาก็จำต้องมาทำในสิ่งที่ไม่ต้องการที่จะอยากจะทำจนได้ ค้าของหนีภาษีริมถนนอย่างกับที่ป๋าเขาเคยทำนั่นเอง

แต่ทว่าจู่ๆประตูสู่โลกอีกใบก็เปิดกว้างให้อย่างไม่ทันตั้งตัว เพราะเหตุว่าตอนที่เป็นพ่อค้าร้าน  LSM99 มีราคาต่อรองให้เลือกแทงบอลหลากหลาย แบกะดินนั้น กาย ริชชี่ ผู้กำกับหนังมีชื่อเสียงก็เจอสเตแธม รวมทั้งมองเห็นถึงประสิทธิภาพลึกๆที่หลบอยู่ในตัว ก็เลยหยิบยื่นจังหวะทดลองหน้ากล้องถ่ายภาพในรูปภาพยนตร์เรื่อง Lock, Stock And Two Smoking Barrels ให้ โน่นเป็นผลงานการแสดงชิ้นแรกของเขา และก็ภายหลังที่ภาพยนตร์เรื่องดังกล่าวมาแล้วข้างต้นออกฉายในปี 1998 ชื่อของ เจสัน สเตแธม ก็ดังจนถึงเปลี่ยนเป็นหนึ่งในศิลปินนักบู๊ชั้นนำของฮอลลีวูดมาจึนถึงปัจจุบันนี้ แถมยังได้ร่วมงานกับอดีตกาลเพื่อนสนิทอย่าง วินนี่ โจนส์ ที่ห้อยสตั๊ดแล้วไปสู่โลกเซลลูลอยด์อีกด้วย

"เอาเข้าจริงมันก็นับว่าเป็นหนึ่งในช่องทางที่ผ่านเข้ามานะ" สเตแธมดูย้อนกลับไปถึงเรื่องเปลี่ยนแปลงชีวิตตอนนั้น "ผมเลิกเป็นนักกระโดดน้ำ แทบจะมิได้ทำอะไรอยู่พักใหญ่ แล้วจู่ๆก็ได้เล่นหนังใหญ่ มันแบบ 'โอ้ เรื่องบ้าๆแบบงี้มันเกิดขึ้นได้ยังไงวะ?"

"ช่องทางที่คุณจะพบผู้กำกับหนังริมทางแบบที่ผมพบมันไม่มากเท่าไรนักหรอก แบบที่อยู่ท่ามกลางฝูงคนแล้วกล่าวว่า 'โอ้ ขอบคุณมากนะสำหรับกระเป๋าทึ่มๆราคา 10 ปอนด์ที่พึ่งจะขายให้ คุณต้องการมาเล่นหนังของผมมั้ย?'"

"แม้กระนั้นก็นั่นแหละ ด้วยสิ่งที่ผมทำ แล้วก็บางเรื่องที่หาคำชี้แจงมิได้ มันทำให้ผมมาถึงจุดนี้"

Spread the love
Tags : , , , , , , , , , ,
Leave Comment
Scroll Up